วีซ่าคู่หมั้น

ในหน้านี้:


ข้อมูลทั่วไป

วีซ่าประเภทคู่หมั้น K1

วีซ่าคู่หมั้น K-1 เป็นวีซ่าสำหรับคู่หมั้นชาวต่างชาติของพลเมืองอเมริกัน โดยคู่หมั้นชาวต่างชาติจะใช้วีซ่า K-1 ในการเดินทางไปที่ประเทศสหรัฐฯ และสมรสกับผู้ยื่นคำร้องที่เป็นพลเมืองอเมริกันภายใน 90 วัน นับแต่วันเข้าประเทศ หลังจากนั้นคู่หมั้นชาวต่างชาติจะสามารถยื่นขอปรับสถานภาพเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร (LPR) กับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) และแผนกสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) ได้ เนื่องจากผู้ถือวีซ่าคู่หมั้นจะสามารถสมรสกับพลเมืองอเมริกันภายในเวลาไม่นานหลังเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ดังนั้นผู้สมัครวีซ่าคู่หมั้นจึงต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของการขอวีซ่าถาวร

วีซ่าประเภทคู่หมั้น K2 (บุตรของคู่หมั้น)

หากบุตรของคู่หมั้นต้องการติดตามบิดา/มารดาที่เป็นผู้สมัครวีซ่าไปประเทศสหรัฐฯ บุตรของคู่หมั้นจะต้องรับการสัมภาษณ์วีซ่าเหมือนกับบิดา/มารดาและสมัครวีซ่าประเภท K-2 โดยผู้สมัครจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเหมือนผู้สมัครวีซ่าประเภท K-1 ทุกประการ ซึ่งรวมถึงการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า การเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ และการเข้าสัมภาษณ์วีซ่า โปรดทราบว่าบุตรผู้ติดตามของคู่หมั้นจะสามารถได้รับวีซ่าประเภท K-2 ภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับจากวันที่วีซ่า K-1 ของบิดามารดาได้รับการอนุมัติเท่านั้น และบุตรผู้ติดตามของคู่หมั้นจะไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายคุ้มครองสถานะเด็กสหรัฐฯ (CSPA) ดังนั้น ผู้สมัครวีซ่า K-2 ที่มีอายุครบ 21 ปี จะไม่มีคุณสมบัติในการอพยพเข้าประเทศสหรัฐฯ และไม่ควรจะทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าประเภทนี้นี้

พลเมืองอเมริกันผู้ยื่นคำร้องต้องยื่นแบบฟอร์มคำร้อง I-129F คำร้องสำหรับคู่หมั้นชาวต่างชาติ กับแผนกสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) โดยตรง โดยท่านจะไม่สามารถยื่นแบบฟอร์ม I-129F ที่สถานทูตฯ หรือสถานกงสุลสหรัฐฯ หรือ สำนักงานแผนกสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) นอกประเทศสหรัฐฯ ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูจากเว็บไซต์แผนกสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) ภายใต้หัวข้อวีซ่าคู่หมั้น

หลังจากที่แผนกสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) อนุมัติคำร้องแล้ว คำร้องจะถูกส่งไปที่ศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) เพื่อดำเนินการต่อ หลังจากนั้นศูนย์วีซ่าแห่งชาติ(NVC) จะส่งต่อคำร้องไปยังสถานทูตฯ หรือสถานกงสุลที่คู่หมั้นของท่านจะทำการสมัครวีซ่า K-1

โปรดทราบ

  • คำร้อง I-129F มีอายุสี่เดือนนับจากวันที่ได้รับการอนุมัติจากแผนกสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (USCIS) อายุของ I-129F ไม่มีผลต่อคุณสมบัติในการได้รับวีซ่า K-1 ของท่าน เนื่องจากอายุคำร้องจะได้รับการต่ออายุโดยเจ้าหน้าที่กงสุลเพื่อผู้สมัครจะได้มีเวลาเพียงพอในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ

บุตรของบิดามารดาที่เป็นพลเมืองอเมริกันที่เกิดต่างประเทศ อาจได้รับสัญชาติอเมริกันตั้งแต่เกิดหากมีคุณสมบัติตามที่กำหนด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูจากเว็บไซต์ https://th.usembassy.gov/u-s-citizen-services/

 

การรับและปฏิบัติตามคำแนะนำจากสถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ

ในประเทศไทย ผู้สมัครวีซ่าคู่หมั้นสามารถสมัครวีซ่าประเภท K-1 ได้ที่สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ เท่านั้น เมื่อสถานทูตสหรัฐฯ ได้รับคำร้องที่อนุมัติแล้วจากศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) แผนกวีซ่าถาวรจะส่งแพ็คเก็ต 3 และแพ็คเก็ต 4 สำหรับวีซ่าประเภท K พร้อมคำแนะนำในการเตรียมการสมัครและการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่า K-1 ให้กับท่านทางอีเมล หากท่านมิได้รับคำแนะนำจากสถานทูตฯ ภายใน 4 สัปดาห์นับจากที่ศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) โอนเคสของท่านมายังกรุงเทพฯ ท่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับสถานะของเคสของท่านมายังแผนกกงสุลที่กรุงเทพฯ ที่อีเมล visasbkkiv@state.gov

แพ็คเก็ต 3 จะแนะนำวิธีการกรอกใบสมัคร DS-160 การชำระค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า และ รายการเอกสารที่ท่านต้องนำมายื่น ณ วันสัมภาษณ์ แพ็คเก็ต 4 จะแนะนำวิธีการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าและการตรวจร่างกาย

กรุณาอ่านคำแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าและการจองวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ให้ละเอียด

การสร้างโปรไฟล์ USTravelDocs และการชำระค่าธรรมเนียมสมัครวีซ่า

เมื่อท่านได้รับแจ้งจากศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) ว่าคำร้องของท่านถูกส่งไปยังแผนกวีซ่าถาวร สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ กรุณาทำตามขั้นตอนตามที่ระบุด้านล่าง เพื่อสร้างโปรไฟล์ออนไลน์ USTravelDocs และลงทะเบียนข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่ง โดยแผนกวีซ่าถาวรต้องใช้ข้อมูลนี้ในการจัดส่งหนังสือเดินทางของท่าน

ในส่วนของขั้นตอนนี้ ท่านจะต้องเตรียมหมายเลขบาร์โค้ดของใบสมัคร DS-160 ของท่าน ดังนั้น โปรดเข้าเว็บไซต์ https://ceac.state.gov/genniv/ และทำตามคำแนะนำบนเว็บไซต์เพื่อกรอกใบสมัคร DS-160 ของท่าน หลังจากที่ท่านกดส่งใบสมัครออนไลน์สำเร็จแล้ว กรุณาพิมพ์หน้ายืนยันใบสมัคร DS-160 ที่มีหมายเลขบาร์โค้ดระบุอยู่เพื่อนำมาใช้ในอนาคต

ขั้นตอนที่ 1 สร้างโปรไฟล์ของท่านที่นี่ หากท่านได้สร้างโปรไฟล์แล้ว ให้ท่านไปยังขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 2 ล็อกอินเข้าโปรไฟล์ของท่าน

ขั้นตอนที่ 3 หลังจากล็อกอิน ท่านจะเห็นหน้าแดชบอร์ด กรุณาเลือก การสมัครวีซ่าใหม่ / นัดสัมภาษณ์วีซ่า และดำเนินการตามขั้นตอนด้านล่าง

  1. เลือก วีซ่าถาวร แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  2. เลือก วีซ่าประเภท K แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  3. เลือก “K1 – Fiancé(e) of U.S. Citizen” แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  4. กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง แล้วคลิก ดำเนินการต่อ กรุณาใส่หมายเลขหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และอย่าลืมระบุหมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลส่วนนี้มีความสำคัญมาก
  5. หากผู้สมัครมีบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่ได้สมรส และต้องการให้บุตรเป็นผู้ติดตามไปกับท่านด้วย ท่านสามารถเพิ่มบุตรเป็นผู้สมัครติดตามได้ หลังจากนั้นคลิก ดำเนินการต่อ
  6. ยืนยันที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือเดินทาง แล้วคลิก ดำเนินการต่อ

ณ ขั้นตอนนี้ท่านได้ทำการลงทะเบียนที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือเดินทางของท่านแล้ว โปรดออกจากระบบ และอย่าเพิ่งดำเนินการใดๆ ต่อ

ประกาศสำคัญ

  • กรุณาอย่าเพิ่งทำการชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าประเภท K หรือจองนัดสัมภาษณ์วีซ่าของท่านในขั้นตอนนี้ ท่านควรรอจนกระทั่งได้รับอีเมลที่มีคำแนะนำแพ็คเก็ต 3 และแพ็คเก็ต 4 สำหรับวีซ่าประเภท K จากสถานทูตฯ
  • ขณะที่ท่านรออีเมลที่มีคำแนะนำแพ็คเก็ต 3 และแพ็คเก็ต 4 สำหรับวีซ่าประเภท K จากสถานทูตฯ ท่านสามารถเริ่มเตรียมเอกสารบางประเภทที่ท่านต้องใช้เพื่อการสัมภาษณ์วีซ่า (ยกเว้นผลการตรวจร่างกาย) หากท่านสามารถทำได้ โดยท่านสามารถดูรายชื่อเอกสารเหล่านี้ได้จากเว็บไซต์ https://th.usembassy.gov/visas/immigrant-visas/packets
  • หากระยะเวลาผ่านไปแล้ว 4 สัปดาห์หลังจากท่านได้รับการแจ้งจากศูนย์วีซ่าแห่งชาติ (NVC) ว่าคำร้องของท่านถูกส่งไปยังแผนกวีซ่าถาวร สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ โปรดส่งคำถามของท่านไปยังแผนกวีซ่าถาวรเพื่อตรวจสอบสถานะที่อีเมล visasbkkiv@state.gov เมื่อท่านส่งอีเมล กรุณาระบุหมายเลขเคส/คำร้องวีซ่า (case ID) ในหัวข้ออีเมลของท่าน

การทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์

เมื่อท่านได้รับอีเมลที่มีคำแนะนำแพ็คเก็ต 3 และแพ็คเก็ต 4 สำหรับวีซ่าประเภท K จากแผนกวีซ่าถาวรแล้ว กรุณาทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อทำนัดสัมภาษณ์วีซ่า

ขั้นตอนที่ 1 ล็อกอินเข้าโปรไฟล์ของท่าน

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากล็อกอิน ท่านจะเห็นหน้าแดชบอร์ด กรุณาเลือก ดำเนินการต่อ และทำตามขั้นตอนด้านล่าง

  • เลือก วีซ่าถาวรแล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  • เลือก วีซ่าประเภท K แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  • เลือก “K1 – Fiancé(e) of U.S. Citizen” แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  • กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง แล้วคลิก ดำเนินการต่อ กรุณาใส่หมายเลขหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน และอย่าลืมระบุหมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลส่วนนี้มีความสำคัญมาก
  • หากผู้สมัครมีบุตรอายุต่ำกว่า 21 ปีที่ยังไม่ได้สมรส และต้องการให้บุตรเป็นผู้ติดตามไปกับท่านด้วย ท่านสามารถเพิ่มบุตรเป็นผู้สมัครติดตามได้ หลังจากนั้นคลิก ดำเนินการต่อ
  • ยืนยันที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือเดินทางอีกครั้ง แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  • ณ หน้า ทางเลือกการชำระเงิน เลือก ทางเลือกที่ท่านต้องการชำระเงิน และปฏิบัติตามคำแนะนำในคำแนะนำการโอนเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EFT) และการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าด้วยเงินสดที่ธนาคาร

ขั้นตอนที่ 3 หลังจากท่านชำระเงินโดยทำตามคำแนะนำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าด้วยเงินสดที่ธนาคาร ท่านจะได้รับใบเสร็จที่มีหมายเลข ท่านสามารถใช้หมายเลขใบเสร็จนี้ในการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ในวันทำการถัดไปหลังเวลา 12.00 น. (เที่ยงวัน) โปรดล็อกอินเข้าไปยังโปรไฟล์ USTravelDocs ของท่าน เมื่อท่านเห็นหน้าแดชบอร์ด โปรดดูทางด้านซ้าย คลิก ดำเนินการต่อ แล้วทำตามคำแนะนำด้านล่าง

  1. ยืนยันที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือเดินทางอีกครั้ง แล้วคลิก ดำเนินการต่อ
  2. เลือก ปิด เพื่อปิดหน้าต่าง ทางเลือกการชำระเงิน ท่านจะสามารถกรอกหมายเลขใบเสร็จสำหรับผู้สมัครแต่ละท่านได้ เมื่อกรอกเสร็จแล้ว คลิก ดำเนินการต่อ
  3. อย่างไรก็ตาม โปรดเผื่อเวลา 10 วันทำการในการรับผลตรวจร่างกายของท่านก่อนหน้าวันที่ท่านต้องการจองเป็นวันนัดสัมภาษณ์วีซ่าตามหน้าปฏิทินวันนัด แล้วคลิก “นัดสัมภาษณ์วีซ่า หากยังไม่มีวันนัดสัมภาษณ์ว่างให้เลือก ให้ท่านกลับมาอีกครั้งในเวลาอื่น เนื่องจากทางแผนกวีซ่าถาวรจะกำหนดจำนวน/เวลาการนัดหมายตามจำนวนผู้สมัคร ดังนั้น เราแนะนำให้ท่านกลับเข้ามาดูในระบบเป็นระยะๆ
  4. คลิก เวอร์ชั่นที่พิมพ์ได้ และพิมพ์หน้าใบยืนยันนัดสัมภาษณ์วีซ่าออกมา 2 ฉบับ (หนึ่งฉบับเพื่อนำไปยื่นในวันตรวจร่างกายและอีกหนึ่งฉบับเพื่อนำมายื่นในวันสัมภาษณ์วีซ่า)

โปรดทราบ:

  • แม้ว่าวีซ่าประเภท K-1 จะเป็นวีซ่าชั่วคราว แต่ใบสมัครของท่านจะถูกดำเนินการในฐานะวีซ่าถาวร กรุณาเลือก “วีซ่าถาวร” เมื่อท่านทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์
  • ท่านต้องระบุหมายเลขยืนยันใบสมัคร DS-160 สำหรับการสมัครวีซ่าของท่าน การสมัครวีซ่าของท่านจะถูกดำเนินการจากหมายเลขยืนยันใบสมัคร DS-160 หากท่านไม่ระบุหมายเลขยืนยันใบสมัคร DS-160 ให้ถูกต้อง อาจมีผลให้วีซ่าของท่านถูกปฏิเสธ หรือท่านอาจถูกยกเลิกนัดสัมภาษณ์วีซ่า ข้อมูลที่ระบุในใบสมัคร DS-160 ของท่านจะต้องถูกต้องและครบถ้วนที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถกรอกได้ หากท่านทำการกรอกใบสมัคร DS-160 ภายหลังจากการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ไปแล้ว กรุณาล็อกอินเข้าโปรไฟล์ในระบบ USTraveldocs ของท่านอีกครั้ง และ แก้ไขหมายเลขยืนยันใบสมัคร DS-160 และพิมพ์หน้าใบยืนยันนัดสัมภาษณ์วีซ่าออกมา
  • หากท่านมีคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือในการสร้างโปรไฟล์ ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ กรุณาโทรเข้าคอลเซ็นเตอร์ที่ 021054110 หรือหากโทรจากประเทศสหรัฐฯ โทร. +17036657349 หรือส่งอีเมล์มายัง support-thailand@ustraveldocs.com
  • สำหรับคำถามเกี่ยวกับการสมัครวีซ่าเป็นรายกรณี โปรดส่งอีเมลมายัง visasbkkiv@state.gov

การตรวจร่างกายและการเตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์วีซ่า

หลังจากท่านทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์และพิมพ์หน้าการยืนยันนัดสัมภาษณ์วีซ่าออกมาแล้ว กรุณาทำตามคำแนะนำที่ระบุในคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ เพื่อรับผลตรวจร่างกายสำหรับการสัมภาษณ์วีซ่าของท่าน โปรดนำหน้าใบยืนยันนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่ระบุหมายเลขใบสมัคร DS-160 ล่าสุดและถูกต้อง มาพร้อมกับผลตรวจร่างกายที่มีอายุอยู่ และเอกสารอื่นที่ต้องใช้ในการสัมภาษณ์ ณ วันสัมภาษณ์วีซ่า

คำเตือน ท่านจะไม่ได้รับการสัมภาษณ์วีซ่าหากท่านนำใบยืนยันนัดสัมภาษณ์วีซ่าที่มีหมายเลขบาร์โค้ด DS-160 ไม่ตรงกับที่ท่านใช้จองนัดสัมภาษณ์มา หรือหากท่านมิได้นำผลตรวจร่างกายมาในวันสัมภาษณ์

โปรดทราบ ท่านไม่ควรทำการจองเที่ยวบินหรือวางแผนการเดินทางไปสหรัฐฯ จนกระทั่งท่านได้รับหนังสือเดินทางที่มีหน้าวีซ่า K-1 ไม่มีการรับประกันว่าท่านจะได้รับการอนุมัติวีซ่าในวันเข้าสัมภาษณ์

การเปลี่ยนวันนัดหรือยกเลิกนัดสัมภาษณ์วีซ่า

หากท่านไม่สามารถเข้าสัมภาษณ์วีซ่าตามนัดได้ ท่านสามารถเลื่อนหรือยกเลิกนัดสัมภาษณ์วีซ่าออนไลน์ได้ โปรดล็อกอิน และคลิก ทำการเลื่อน หรือ ยกเลิกนัดสัมภาษณ์วีซ่า ของท่านจากเมนูด้านบนซ้าย

โปรดทราบว่าเมื่อท่านได้ทำการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าคู่หมั้นแล้ว ท่านจะไม่สามารถขอคืนเงินหรือโอนให้ผู้อื่นได้

อย่างไรก็ตาม ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่ามีอายุหนึ่งปีนับจากวันที่ชำระค่าธรรมเนียม ผู้สมัครสามารถใช้ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่าตราบเท่าที่ใบเสร็จยังมีอายุ แต่ต้องเข้าสัมภาษณ์ภายในหนึ่งปีนับจากวันชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า หลังจากหนึ่งปี ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่านี้จะหมดอายุ และผู้สมัครต้องทำการชำระเงินค่าธรรมเนียมใหม่อีกครั้ง

การขอทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน

ก่อนยื่นขอนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน ท่านต้องแน่ใจว่ามีเอกสารเป็นหลักฐานเพื่อยืนยันถึงความจำเป็นเร่งด่วนของการเดินทาง ถ้าในระหว่างการสัมภาษณ์วีซ่าปรากฏว่าท่านได้ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเดินทางอันเร่งด่วนนั้น จะมีการบันทึกการกระทำดังกล่าวลงในข้อมูลของท่าน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการยื่นคำร้องขอวีซ่าของท่านได้ ผู้สมัครทุกท่านที่ขอนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับการนัดสัมภาษณ์แบบธรรมดาก่อน ผู้สมัครที่ได้สัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน แต่ในภายหลังถูกสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาปฏิเสธไม่ให้วีซ่า ผู้นั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงื่อนไขนี้เพื่อขอนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนอีก ผู้สมัครสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อจำกัดในการนัดสัมภาษณ์วีซ่าได้ แต่ไม่ควรร้องขอวันและเวลานัดสัมภาษณ์ที่เฉพาะเจาะจง

เราไม่เร่งการนัดสัมภาษณ์วีซ่าให้เร็วขึ้น เพียงเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทางหรือตั๋วเครื่องบินที่มีการจองไว้ก่อนล่วงหน้า สำหรับการเดินทางดังกล่าว โปรดนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบปกติล่วงหน้านาน ๆ

วิธีการขอทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน

ขั้นตอนที่ 1

กรอก แบบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160)

ขั้นตอนที่ 2

ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

ขั้นตอนที่ 3

นัดสัมภาษณ์วีซ่าผ่านระบบออนไลน์เพื่อเลือกวันนัดสัมภาษณ์เร็วที่สุดที่ว่างอยู่ โปรดจำไว้ว่าท่านจะต้องทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าให้เรียบร้อยก่อนที่จะขอเลื่อนวันสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นได้ ในระหว่างที่ทำนัดสัมภาษณ์วีซ่า ท่านจะเห็นข้อความบนหน้าจอแสดงวันสัมภาษณ์เร็วที่สุดที่ยังว่างอยู่ ทั้งนี้ได้รวมการยื่นขอนัดสัมภาษณ์แบบเร่งด่วนด้วยแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้น ท่านอาจพบว่าไม่จำเป็นต้องขอนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน เนื่องจากว่าไม่มีวันสัมภาษณ์เร็วกว่าที่ยังว่างอยู่

หากผู้สมัครต้องการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วน ให้ท่านกรอกแบบฟอร์มขอทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนเป็นภาษาอังกฤษ หรือสามารถติดต่อศูนย์บริการข้อมูลเพื่อขอความช่วยเหลือในขั้นตอนนี้ได้ ผู้สมัครจะต้องระบุเหตุผลของความเร่งด่วนที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์สำหรับการทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนได้ เมื่อท่านยื่นคำร้องแล้วให้ท่านรอการติดต่อจากสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาซึ่งจะตอบกลับมาทางอีเมล

ขั้นตอนที่ 4

หากคำร้องของท่านได้รับการอนุมัติจากสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาแล้ว ท่านจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนให้ท่านทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ทางศูนย์บริการข้อมูลไม่สามารถทำนัดสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนให้ท่านได้ แต่เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือท่านได้ในกรณีที่มีข้อสงสัย ในกรณีที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาปฏิเสธการขอสัมภาษณ์วีซ่าแบบเร่งด่วนของท่าน ท่านจะได้รับการแจ้งให้ทราบผ่านทางอีเมล และท่านจะต้องมาสัมภาษณ์ตามวันเวลาของนัดสัมภาษณ์เดิม

หมายเหตุ: อีเมลที่แจ้งยืนยันหรือปฏิเสธคำร้องของท่านจะถูกส่งจาก no-reply@ustraveldocs.com โดยอีเมลบางประเภทจะทำการคัดกรองอีเมลจากผู้ส่งที่ผู้รับไม่รู้จักไปไว้ที่โฟลเดอร์สแปมหรือเมลขยะ หากท่านไม่ได้รับการแจ้งเตือนผ่านอีเมล ให้ตรวจสอบข้อความในโฟลเดอร์เมลขยะหรือสแปมในกล่องอีเมลของท่านดูอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 5

ให้ผู้สมัครไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกา ตามวันและเวลาที่ท่านมีนัดสัมภาษณ์ โดยท่านจะต้องสั่งพิมพ์ใบยืนยันการนัดหมาย ใบยืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ของท่าน รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนหนึ่งรูป หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันและเล่มเก่าทุกเล่ม รวมถึงเอกสารประกอบอื่น ๆติดต่อตัวมาด้วย ใบคำร้องที่ไม่มีเอกสารดังที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่ได้รับการพิจารณา

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของวีซ่าประเภท K-1 กรุณาดูที่เว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ หรือสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย หรือส่งคำถามมาที่ visasbkkiv@state.gov