วีซ่าสำหรับผู้ช่วยทำงานบ้าน (แม่บ้าน/พี่เลี้ยง)

ในหน้านี้:


ข้อมูลทั่วไป

ผู้ช่วยทำงานบ้านที่ติดตามนายจ้างไปยังสหรัฐอเมริกาสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท B-1 ได้ โดยผู้ช่วยทำงานบ้านในที่นี้ได้แก่ พ่อบ้าน คนขับรถ แม่บ้าน พี่เลี้ยงเด็ก และอื่นๆ

บุคคลที่ติดตามผู้ว่าจ้างที่เป็นนักการทูตและข้าราชการของรัฐบาลต่างประเทศสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท A-3 หรือ G-5 ได้ ขึ้นอยู่กับสถานะวีซ่าของผู้ว่าจ้าง

คุณสมบัติ

หากผู้สมัครเป็นผู้ช่วยทำงานบ้านและต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท B-1 ผู้สมัครจะต้องแสดงคุณสมบัติดังดังต่อไปนี้แก่เจ้าหน้าที่

  • วัตถุประสงค์ของการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาของท่านคือเพื่อเป็นผู้ช่วยทำงานบ้าน
  • ผู้สมัครตั้งใจที่จะอยู่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาที่ระบุไว้เท่านั้น
  • นายจ้างของผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด
  • ผู้สมัครมีหลักฐานแสดงความผูกพันทางสังคมหรือเศรษฐกิจในต่างประเทศ
  • ผู้สมัครมีที่พำนักอยู่นอกสหรัฐอเมริกาและมีความผูกพันอย่างแน่นแฟ้นที่จะรับประกันว่าท่านจะเดินทางกลับเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง

การติดตามผู้ถือวีซ่าชั่วคราว

ผู้สมัครจะสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท B-1 ได้ ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ช่วยทำงานในบ้านที่ต้องการติดตามหรือเดินทางไปทำงานให้กับนายจ้างซึ่งไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกันหรือเป็นผู้ถือกรีนการ์ด ตลอดจนการติดตามนายจ้างที่ประสงค์จะยื่นคำร้องขอหรืออยู่ในสหรัฐอเมริกาอยู่แล้วด้วยวีซ่าชั่วคราวประเภท B, E, F, H, I, J, L, M, O, P, Q หรือ R โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ผู้สมัครมีประสบการณ์การทำงานในฐานะผู้ช่วยทำงานบ้านอย่างน้อยหนึ่งปีโดยมีคำรับรองจากผู้ว่าจ้างในอดีต
    • ผู้สมัครได้รับการว่าจ้างนอกสหรัฐอเมริกาโดยผู้ว่าจ้างของท่านเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนผู้ว่าจ้างเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา หรือ
    • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างเกิดขึ้นทันทีก่อนการยื่นคำร้องขอวีซ่าของผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างสามารถแสดงได้ว่าตนได้วจ้างผู้ช่วยทำงานบ้านอย่างสม่ำเสมอ (รายปีหรือเป็นครั้งเป็นคราว) เป็นระยะเวลาหลายปีก่อนเวลาสมัคร
  • ผู้สมัครจะไม่ทำงานอื่น และจะได้รับที่พักและอาหารฟรี รวมทั้งตั๋วเครื่องบินไปกลับจากผู้ว่าจ้างของท่านตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขสัญญาว่าจ้าง

การติดตามบุคคลที่มีสัญชาติอเมริกัน

ก. ผู้ช่วยส่วนตัวหรือผู้ช่วยทำงานบ้านที่จะเดินทางติดตามนายจ้างชาวอเมริกันหรือตามไปภายหลัง ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราว อาจสามารถสมัครวีซ่าประเภท B-1 ได้ หากมีคุณสมบัติดังนี้

(1) ลูกจ้างจะต้องมีถิ่นพำนักในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่สหรัฐฯ และสามารถแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ได้มีเจตนาที่จะอพยพย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐฯ

(2) ลูกจ้างจะต้องมีประสบการณ์ทำงานกับนายจ้างคนปัจจุบันเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหกเดือน ก่อนผู้ว่าจ้างจะเดินทางไปสหรัฐฯ หรือนายจ้างสามารถแสดงได้ว่า ขณะที่ตนพำนักอยู่ต่างประเทศ ตนได้จ้างผู้ช่วยทำงานบ้านที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกันนี้เสมอ

(3) ลูกจ้างจะต้องมีประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยทำงานบ้านหรือผู้ช่วยส่วนตัวอย่างน้อยหนึ่งปี โดยอาจยื่นหลักฐานสนับสนุนเป็นหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้างคนก่อน

(4) ลูกจ้างจะต้องนำเอกสารสัญญาว่าจ้างงานฉบับจริงหรือสำเนาที่มีการลงชื่อของทั้งนายจ้างและลูกจ้างติดตัวไป เพื่อแสดงกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ

ข. นายจ้างชาวอเมริกันจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปประจำต่างประเทศบ่อยครั้งเป็นระยะเวลาสองปีขึ้นไป โดยถือเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของสัญญาจ้าง โดยต้องได้รับการยืนยันจากแผนกบุคคลของนายจ้าง และนายจ้างชาวอเมริกันจะต้องเดินทางกลับไปพำนักในสหรัฐฯไม่เกินหกปี ลูกจ้างจะไม่รับการจ้างงานจากนายจ้างคนอื่นขณะทำงานกับนายจ้างคนเดิมอยู่ และนายจ้างจะเป็นผู้ให้ที่พัก อาหารและตั๋วเครื่องบินไปกลับตามที่ระบุไว้ภายใต้เงื่อนไขของสัญญาจ้าง

ค. สัญญาการจ้างงานต้องได้รับการลงนามและลงวันที่โดยนายจ้างและลูกจ้าง และมีการรับประกันจากนายจ้างที่นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในข้อ (ข) ข้างต้น ลูกจ้างจะได้รับค่าตอบแทนตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำหรืออัตราค่าจ้างต่อการทำงานแปดชั่วโมงต่อวัน โดยยึดอัตราใดก็ตามที่สูงกว่า สัญญาการจ้างงานยังต้องรวมถึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่จำเป็นตามกฏหมายแรงงานสหรัฐฯ ในพื้นที่ของการจ้างงาน นายจ้างจะต้องแจ้งลูกจ้างอย่างน้อยสองสัปดาห์ล่วงหน้าหากต้องการยุติการจ้างงานและหากลูกจ้างมีความประสงค์จะยุติการทำงานกับนายจ้างก็ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้ามากกว่าสองสัปดาห์

การติดตามผู้ย้ายถิ่นฐานถาวร (ผู้ถือกรีนการ์ด)

ผู้ย้ายถิ่นฐานถาวร (ผู้ถือกรีนการ์ด) จะไม่สิทธิ์นำผู้ช่วยทำงานบ้านมายังสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่า B-1 ได้ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม

ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัญญาว่าจ้างสำหรับผู้ถือวีซ่า B-1

ผู้สมัครวีซ่าประเภท B-1 ต้องแสดงสัญญาว่าจ้างที่มีการลงนามโดยผู้สมัครและนายจ้างโดยจะต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • รายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบในสหรัฐอเมริกา
  • จำนวนชั่วโมงทำงานของผู้สมัครต่อสัปดาห์
  • จำนวนวันหยุด วันพักผ่อน วันลาป่วยที่ได้รับอนุญาตต่อปี
  • วันหยุดต่อสัปดาห์
  • อัตราค่าจ้าง ที่ไม่ต่ำกว่าอัตราจ้างทั่วไปหรืออัตราจ้างขั้นต่ำต่อชั่วโมงภายใต้กฎหมายของรัฐ (แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า) ที่ท่านจะไปทำงาน ท่านสามารถตรวจสอบอัตราจ้างขั้นต่ำในแต่ละพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาได้ที่นี่ สำหรับอัตราค่าจ้างทั่วไปกรุณาดูรายละเอียดที่นี่
  • ใบรับรองว่าผู้สมัครจะได้ที่ห้องพักอาศัยและอาหาร
  • ใบรับรองจากนายจ้างเพื่อยืนยันว่าผู้สมัครจะไม่ตกเป็นภาระของรัฐระหว่างทำงานให้กับนายจ้าง
  • ใบรับรองจากนายจ้างเพื่อยืนยันว่าผู้สมัครจะไม่ทำงานให้นายจ้างอื่นๆระหว่างทำงานให้กับนายจ้าง
  • ใบรับรองว่านายจ้างจะไม่ยึดครองหนังสือเดินทางของผู้สมัคร
  • ใบรับรองว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่าผู้สมัครไม่จำเป็นต้องอยู่ภายในที่พักอาศัยนั้นนอกชั่วโมงการทำงานหากไม่ได้รับผลตอบแทน
  • ใบรับรองว่าผู้ว่าจ้างจะต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบอย่างน้อยสองสัปดาห์ล่วงหน้าหากจะยุติการว่าจ้าง และลูกจ้างไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเกินสองสัปดาห์
  • ใบรับรองว่านายจ้างจะจ่ายค่าเดินทางให้แก่ผู้สมัครในครั้งแรกที่เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา รวมถืงการเดินทางครั้งอื่นๆหากนายจ้างมีเหตุต้องย้ายงานต่อไป หรือค่าเดินทางกลับไปยังประเทศที่พักอาศัยของผู้สมัครเมื่อสิ้นสุดการว่าจ้าง

การติดตามผู้ถือวีซ่า A-1, A-2 หรือ G-1 - G-4 (วีซ่า A-3 หรือ G-5)

หากผู้สมัครเป็นผู้ช่วยทำงานในบ้านของบุคคลที่ได้รับวีซ่าประเภท A-1 หรือ A-2 หรือ G-1 ถึง G-4 ท่านจะสามารถยื่นขอวีซ่าประเภท A-3 หรือ G-5 ได้ โดยผู้สมัครจะต้องแสดงว่ามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของวีซ่าประเภท A-3 หรือ G-5 (เช่น หนังสือรับรองจากอดีตนายจ้าง หลักฐานการทำงานประเภทนั้นในอดีต ฯลฯ) เจ้าหน้าที่กงสุลจะต้องแน่ใจว่านายจ้างมีถือสถานภาพทางราชการจริงและนายจ้างกับลูกจ้างมีเจตนาในการจะจ้างงาน (หรือจ้างอยู่แล้ว)ในลักษณะของนายจ้างและลูกจ้างอย่างแท้จริง นอกจากนั้นผู้ช่วยทำงานบ้านของนักการทูต (A3) และผู้ช่วยทำงานบ้านของลูกจ้างขององค์กรระดับนานาชาติ (G5) ต้องลงทะเบียนกับในระบบข้อมูล TOMIS ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯก่อนยื่นคำร้องขอวีซ่า สำหรับรายละเอียดการลงทะเบียน TOMIS โปรดติดต่อสำนักงานระบบข้อมูล TOMISที่สังกัดอยู่ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

ผู้สมัครวีซ่า A-3 และ G-5 ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่กงสุล และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการยื่นคำร้องทั่วไป แต่จะไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

เจ้าหน้าที่กงสุลต้องพิจารณาให้แน่ใจว่าค่าจ้างที่ผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3 หรือ G-5 จะได้รับนั้นเป็นค่าจ้างที่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับอัตราจ้างสำหรับงานประเภทนั้นๆ และจะเพียงพอให้ผู้สมัครไม่ตกเป็นภาระของรัฐ โดยผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าดังกล่าวจะต้องแสดงสัญญาว่าจ้างที่มีการลงนามโดยนายจ้างและลูกจ้าง

ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัญญาสำหรับผู้ถือวีซ่า A-3/G-5

ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท A-3 หรือ G-5 ต้องแสดงสัญญาว่าจ้างที่มีการลงนามโดยผู้สมัครและนายจ้าง โดยระบุรายละเอียดต่อไปนี้

  • การยืนยันว่าผู้สมัครจะได้รับค่าตอบแทนตามอัตราจ้างขั้นต่ำของกฏหมายรัฐบาลกลางสหรัฐฯ/กฏหมายของรัฐนั้น หรืออัตราจ้างทั่วไป (อัตราใดก็ได้ที่สูงกว่า) ท่านสามารถตรวจสอบอัตราจ้างขั้นต่ำของแต่ละพื้นที่ในสหรัฐอเมริกาได้ที่นี่ สำหรับอัตราจ้างทั่วไป กรุณาดูรายละเอียดที่นี่
  • การยืนยันว่าหลังจากการว่าจ้าง 90 วันแรกแล้ว ลูกจ้างจะต้องได้รับค่าตอบแทนทั้งหมดในรูปแบบของเช็คหรือการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทางของลูกจ้าง โดยที่นายจ้างหรือสมาชิกในครอบครัวของนายจ้างนั้นจะต้องไม่สามารถเข้าใช้บัญชีธนาคารของผู้สมัครได้
  • หากนายจ้างเป็นนักการทูตของรัฐบาลต่างประเทศ ผู้ช่วยทำงานบ้านที่อาศัยอยู่กับนายจ้างจะได้รับห้องพักอาศัยฟรี นอกเหนือจากเงินเดือนตามวิถีปฏิบัติทั่วไป
  • การยืนยันจากผู้สมัครว่าจะไม่ทำงานให้นายจ้างอื่นระหว่างที่ทำงานให้กัยนายจ้างนั้น
  • การรับรองจากนายจ้างว่าจะไม่ยึดครองหนังสือเดินทางของผู้สมัครและระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันเป็นการเรียบร้อยแล้วว่าผู้สมัครจะไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่พักอาศัยนั้นหลังชั่วโมงการทำงานโดยไม่ได้รับผลตอบแทน
  • คำสัญญาว่าผู้ว่าจ้างจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนจะยุติสัญญาการว่าจ้าง โดยที่ลูกจ้างอาจไม่จำเป็นต้องแจ้งให้นายจ้างทราบล่วงหน้าเกินสองสัปดาห์ก็ได้
  • สัญญาว่าจ้างนั้นมีความสำคัญ ในการช่วยผู้สมัครให้ได้รับทราบขอบข่ายงานที่ผู้สมัครอาจพิจารณาขอความคุ้มครองด้านการทำงานหรือการความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนได้ นายจ้างต้องจ่ายค่าเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาในครั้งแรกและครั้งอื่นๆในกรณีที่นายจ้างย้ายไปปฏิบัติงานที่อื่นต่อไป หรือค่าเดินทางกลับไปยังประเทศของผู้สมัครเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน

ท่านสามารถดาวน์โหลดตัวอย่างสัญญาว่าจ้างงานสำหรับวีซ่าประเภท A-3 และ G-5 ได้ที่นี่

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำร้อง

หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่า B-1, A-3 หรือ G-5 ท่านต้องยื่นเอกสารต่อไปนี้

  • ใบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160) ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บเพจ DS-160 นี้
  • หนังสือเดินทางที่สามารถใช้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาได้ โดยหนังสือเดินทางดังกล่าวนั้นตะต้องมีอายุใช้งานคงเหลือมากกว่าระยะเวลาที่ท่านตั้งใจจะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อยหกเดือน (นอกจากได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงรายประเทศ) สำหรับผู้ที่ใช้หนังสือเดินทางร่วมกับผู้เยาว์ โปรดทราบว่าแต่ละคนที่ต้องการวีซ่าจะต้องยื่นใบคำร้องขอวีซ่าแยกกัน
  • รูปถ่ายขนาด 2x2" (5 ซม.x5 ซม.) ที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนหนึ่ง (1) ใบ รายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดของรูปถ่ายสามารถอ่านได้จากเว็บเพจนี้
  • ข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้สมัครวีซ่า B-1 ใบเสร็จชำระเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวในสกุลเงินท้องถิ่นที่เทียบเท่ากับ 160 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าธรรมเนียมนี้ไม่สามารถขอคืนได้ เว็บเพจนี้มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว หากวีซ่าของท่านผ่านการอนุมัติแล้ว ท่านยังอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในการออกวีซ่า โดยจะขึ้นอยู่กับสัญชาติของท่าน เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯมีข้อมูลที่จะช่วยระบุว่าท่านจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่าหรือไม่ รวมถึงอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าว
  • สำเนาวีซ่าของนายจ้างหรือหลักฐานอื่นๆที่นายจ้างใช้สำหรับการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา (เช่น หนังสือเดินทางของประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าหรือหนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกา)
  • สัญญาจ้างงานที่เขียนในภาษาของท่าน และมีการลงนามของทั้งผู้สมัครและนายจ้างกำกับ สัญญาจ้างงานฉบับนี้จะต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น
  • สำหรับผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3 และ G-5 เท่านั้น: ท่านจะต้องยื่นหนังสือนำทางราชการจากกระทรวงการต่างประเทศที่ยืนยันรายละเอียดตำแหน่งงานของนายจ้าง วันที่ออกเดินทาง วัตถุประสงค์การเดินทาง ระยะเวลาที่จะพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกา และชื่อของลูกจ้างอย่างชัดเจน โดยที่ผู้สมัครวีซ่าประเภท A-3 และ G-5 จะไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

นอกจากเอกสารดังที่กล่าวมาแล้ว ผู้สมัครยังต้องแสดงใบนัดสัมภาษณ์เพื่อยืนยันว่าท่านได้จองเวลานัดสัมภาษณ์ผ่านบริการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผู้สมัครสามารถนำเอกสารประกอบใดๆ ก็ตามที่เชื่อว่าจะสามารถแสดงข้อมูลประกอบให้เป็นที่พอใจแก่เจ้าหน้าที่กงสุลได้ติดตัวมาด้วย

วิธีการสมัคร

ขั้นตอนที่ 1

กรอกใบคำร้องขอวีซ่าชั่วคราวในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DS-160)

ขั้นตอนที่ 2

ชำระค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

ขั้นตอนที่ 3

ทำการนัดสัมภาษณ์วีซ่าผ่านเว็บนี้ ท่านจะต้องมีข้อมูลต่อไปนี้เพื่อทำการนัดสัมภาษณ์

  • หมายเลขหนังสือเดินทางของท่าน
  • หมายเลขใบเสร็จชำระเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าของท่าน (คลิก ที่นี่ หากท่านต้องการความช่วยเหลือในการค้นหาหมายเลขดังกล่าว)
  • หมายเลขบาร์โค้ดสิบ (10) หลักที่ระบุไว้บนหน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160
ขั้นตอนที่ 4

ไปที่สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาตามวันและเวลาที่ท่านมีนัดสัมภาษณ์ ท่านต้องนำใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ ใบยืนยัน DS-160 ของท่าน รูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือนหนึ่งใบ หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบันและเล่มเก่าทั้งหมด และใบเสร็จชำระเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าตัวจริงมาด้วย ใบคำร้องใดที่ไม่มีเอกสารทั้งหมดนี้จะไม่ได้รับการพิจารณา

เอกสารประกอบในการยื่นคำร้องขอวีซ่า

เอกสารเพิ่มเติมในการยื่นขอวีซ่านั้นเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่กงสุลจะนำมาพิจารณาในระหว่างการสัมภาษณ์ โดยเจ้าหน้าที่กงสุลจะตัดสินใบคำร้องแต่ละกรณีจากปัจจัยด้านอาชีพ สังคม วัฒนธรรม และปัจจัยอื่นๆที่มีอยู่ขณะที่ทำการพิจารณา โดยอาจดูจากเจตนา สถานการณ์ด้านครอบครัว แผนระยะยาวของท่าน ตลอดจนสถานการณ์ภายในประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งแต่ละกรณีจะได้รับการตรวจสอบเป็นรายบุคคลภายใต้กฎหมาย

ข้อควรระวัง: อย่าแสดงเอกสารปลอม การหลอกลวงหรือการกรอกข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจทำให้ท่านเสียสิทธิ์ในการร้องขอวีซ่าอย่างถาวร หากท่านมีความกังวลเรื่องความลับของข้อมูล ท่านควรนำเอกสารต่างๆ ใส่ซองปิดผนึกมายังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาด้วยตนเอง สถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาจะไม่เปิดเผยข้อมูลของท่านต่อผู้ใดและจะเคารพข้อมูลที่เป็นความลับของท่าน

ท่านควรนำเอกสารต่อไปนี้มาในวันสัมภาษณ์ด้วย

  • หลักฐานแสดงความสามารถของนายจ้างในการจ่ายค่าตอบแทนตามที่สัญญาได้ระบุไว้ หมายเหตุ: หากท่านยื่นคำร้องขอวีซ่าประเภท A-3 หรือ G-5 ท่านจะไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานดังกล่าวนี้ (Counsellor)หรือต่ำกว่า
  • หลักฐานที่แสดงว่าท่านจะพำนักอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นการชั่วคราวเท่านั้น
  • ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่า A-3, B-1 และ G-5 ได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ